فاريد   (21 views)

 

What is فاريد doing now?

Eid Mubarak,,, Maaf everything..
3 days ago  ·  Comment »

Location

Thailand

Birthday

January 21
 
Advertisement

Info

http://faridaagain.hi5.com - Send it to your friends

Birthday

January 21

Location

Thailand

 

About Me

Interests

พี่น้องแห่งสัจธรรม ลืมไปแล้วหรือ ว่าเรา ต้องกลับไปหาพระผู้สร้าง ตอนนี้ เราเตรียมอะไรไปบ้าง แล้ว เรา กำลัง ทำอะไร กันอยู่ เรา ทำตาม ในสิ่งที่ ผู้สร้าง สั่งใช้หรือยัง สัจธรรม ที่ไม่ได้มาจากมนุษย์ แต่มาจาก ผู้อภิบาลแห่งสากลโลก ย้อนมอง บรรดาประชาชาติที่ดี ก่อนหน้าเรา ที่ พวกเขา ยืนหยัดเถิด แล้ว เรามาเลียนแบบ พวกเขา กันเถิด เพราะ อัลลอฮฺ ได้รับประกันถึง สิ่งจะตอบแทน แก่พวกเขา ดุอา เถิด .. เพราะ เราไม่รู้ ว่าเรา จะกลับ ไป หา พระผู้สร้างเมื่อไร.. เตือน เรา และ เตือนท่าน..

Favorite Music

فرشي التراب يضمني وهو غطائي
ที่ปูพื้นของฉันคือดิน .. มันกอดฉัน มันเป็นคลุมฉัน

حولي الرمال تلفني بل من ورائي
รอบๆ ตัวฉันเป็นทราย มันห้อมล้อม แม้จากด้านหลังก็เช่นกัน

واللحد يحكي ظلمة فيها إبتلائي
หลุมศพ บอกเล่าเรื่องราวแห่งความมืด ในนั้นมีการทดสอบรอฉันอยู่

والنور خط كتابه أنسي لقائي
รัศมีจรดเส้นของมัน

والصحب أين مجموعهم تركوا إخائي
พวกพ้องมิตรสหาย อัตนธานไปไหนเล่า ? พวกเขาทิ้งฉันไปแล้ว

والأهل أين حنانهم باعوا وفائي
ครอบครัวล่ะ ? ไหนเล่าความอบอุ่นของพวกเขา .. พวกเขามิไยดีต่อความจริงใจของฉันแล้ว

والمال أين هناؤه صار ورائي
ทรัพย์สมบัติไปไหนหมด ? มันกลายเป็นมรดกอยู่เบื้องหลัง

والإسم أين بريقه بين الثنائي
ชื่อเสียงล่ะ ความสง่างามของมันอยู่ที่ใดระหว่างการชื่นชม ?

والحب ودّع شوقه وبكاء رثائي
ความรักได้อำลาคนรักของเขา .. ต่างร่ำไห้แก่ความตายของฉัน

والدمع جف مسيره بعد البكائي
ร่องรอยแห่งน้าตาก็เหือดแห้งแล้ว

والكون ضاق بوسعه ضاقت فضائي
ทุกสิ่งที่เคยกว้างก็แคบลง ที่อยู่ของฉันก็แคบ

واللحد صاربجثتي أرضي سمائي
หลุมศพนั่นกลายเป็นพื้นดินและท้องฟ้าของฉัน

هذي نهاية حالتي
นี่คือจุดจบของฉัน

فرشي التراب
ที่ปูของฉัน .. ดิน

فرشي التراب
ที่ปูของฉัน .. ดิน
 

Favorite Movies

 

Favorite TV Shows

 

Favorite Books

ชี้แจงภัยพิบัติล้างโลก 2012 และการทำนาย

อัสลามุอาลัยกุม วาเราะมาตุลลอฮ วาบารอกาตุฮ

พี่น้องผู้มีอีหม่าน ศรัทธาต่อวันสิ้นโลกแล้วทั้งหลายเอ๋ย

สืบเนื่องจาก มีการนำเสนอข่าวถึงกรณีกระแสที่มีบุคคล คนหนึ่งทายทัก และคาดไว้ว่า โลกกำลังจะเกิดความหายนะ หรือน้ำท่วมโลก ในไม่ช้านี้อีก 3 ปี ปี 2012

ซึ่งแน่นอนเป็นการสื่อในทำนองที่ว่า โลกนั้นกำลังจะแตก หรือหากเรียกตามความเข้าใจของพี่น้องมุสลิม ก็คือ เกิดกรณีวันสิ้นโลก(หรือวันกียามัตนั้นเอง)

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้พี่น้องมุสลิมเราบางคน ที่ขาดการเรียนรู้ ความเข้าใจในหลักการอิสลามโดยพื้นฐานของเรื่องสัญญาณวันสิ้นโลก หรือขาดความรู้ว่า อะไรคือเหตุการณ์ที่บ่งบอกถึงสัญญาณที่จะเกิดขึ้นก่อนที่วันสิ้นโลกจะมาถึง และจำนวนระยะห่างแต่ละสัญญาณเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น จะมีขึ้น กี่ปีหรือเท่าใดนั้น เกิดความสับสน และความหวาดกลัว จึงนำมาซึ้งการฟอเวิดกระจายข่าว หรือการบอกเล่าต่อๆกันไปยังพี่น้องมุสลิมเราด้วยกันโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่า การทำนายทายทักข้างต้น มันขัดกับหลักการอิสลามโดยสิ้นเชิง

ฉะนั้น เกรงว่า พี่น้องจะเกิดความคลาดเคลื่อนในความเชื่อ ซึ่งจะมีผลต่อหลักการศรัทธาและอีหม่านเสื่อมไป จึงขอนำเสนอ หลักการและหลักฐาน ตามที่ศาสนาได้ระบุไว้ถึงกรณีข้างต้น มาอย่างพอสังเขปดังนี้

จากหุซัยฟะฮฺ บิน อะสีด อัล-ฆิฟารีย์ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า



اطَّلَعَ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم عَلَيْنَا وَنَحْنُ نَتَذَاكَرُ ، فَقَالَ : «مَا تَذَاكَرُونَ؟» قَالُوا : نَذْكُرُ السَّاعَةَ، قَالَ : «إِنَّهَا لَنْ تَقُومَ حَتَّى تَرَوْنَ قَبْلَهَا عَشْرَ آيَاتٍ - فَذَكَرَ - الدُّخَانَ، وَالدَّجَّالَ، وَالدَّابَّةَ، وَطُلُوعَ الشَّمْسِ مِنْ مَغْرِبِهَا، وَنُزُولَ عِيسَى ابْنِ مَرْيَمَ صلى الله عليه وسلم، وَيَأَجُوجَ وَمَأْجُوجَ، وَثَلَاثَةَ خُسُوفٍ : خَسْفٌ بِالْمَشْرِقِ ، وَخَسْفٌ بِالْمَغْرِبِ ، وَخَسْفٌ بِجَزِيرَةِ الْعَرَبِ ، وَآخِرُ ذَلِكَ نَارٌ تَخْرُجُ مِنَ الْيَمَنِ ، تَطْرُدُ النَّاسَ إِلَى مَحْشَرِهِمْ»

ความว่า “ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เข้ามายังพวกเราในขณะที่พวกเรากำลังคุยกันอยู่ ท่านนบีถามว่า พวกท่านกำลังพูดคุยเรื่องอะไรอยู่? พวกเราตอบว่า กำลังพูดถึงเรื่องวันกิยามะฮฺ ท่านนบีกล่าวว่า วันกิยามะฮฺจะยังไม่อุบัติขึ้นจนกว่าพวกท่านจะได้เห็นสัญญาณก่อนหน้านั้นสิบประการ

โดยท่านนบีกล่าวถึง ควันออกจากพื้นดิน การปรากฏตัวของดัจญาล จะมีสัตว์(พูดกับมนุษย์) ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตก นบีอีซา อาลัยฮิสสลาม จะลงมาจากฟ้า ยะอ์ญูจญ์และมะอ์ญูจญ์จะออกมา จะมีเหตุการณ์ธรณีสูบสามแห่ง เกิดทางทิศตะวันออก เกิดทางทิศตะวันตก และเกิดบริเวณคาบสมุทรอาหรับ และประการสุดท้ายจะมีไฟพุ่งออกมาจากประเทศยะมัน(เยเมน)ไล่ต้อนมวลมนุษย์ให้ไปที่แหล่งรวม(มะห์ชัร)ของพวกเขา” (มุสลิม : 2901)

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.islamhouse.com/p/57654


และอยากฝากเตือนถึงกรณีที่เกี่ยวข้องข้างต้น ด้วยกับคำฝากเตือนข้างต้นนี้นะ

อันนี้แค่ไปหานะ

ท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวไว้ ซึ่งมีใจความว่า “การนมาซ(นมัสการ)ของผู้ที่ไปหาหมอเวทมนต์ เพื่อขออะไรบางอย่างและเชื่อในสิ่งที่หมอเวทมนต์บอกจะไม่ถูกรับเป็นเวลา 40 วัน (บันทึกโดยมุสลิม)

แล้วถ้าเชื่อหล่ะ

ท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวไว้ ซึ่งมีใจความว่า "บุคคลใดที่มาหาหมอดูแล้วเชื่อในสิ่งที่หมดดูกล่าวไว้ นั่นเท่ากับว่าเขาปฏิเสธสิ่งที่ถูกประทานให้แก่นบีมุหัมมัดแล้ว (หมายถึงคัมภีร์อัลกุรฺอาน)" (บันทึกโดยบัรฺซารฺ)

และจงรู้ไว้เถิดว่า

ท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวไว้ ซึ่งมีใจความว่า "ไม่มีบุคคลใดรู้ในสิ่งที่อยู่ในวันพรุ่งนี้เว้นแต่พระองค์อัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเท่านั้น" (บันทึกโดยบุคอรีย์)

แล้วเรามารับฟังและเรียนรู้ กับไฟล์เสียงข้างต้นนี้

ที่ชี้แจงภัยพิบัติล้างโลก 2012 และการทำนาย

http://www.banatulhuda.com/webboard_show.php?Key=&Page=1&postid=754

วัสลามุอาลัยกุม วาเราะมาตุลลอฮ วาบารอกาตุฮ
 

Favorite Quote

http://muslimchula.spaces.live.com/
 

hi5 Games

Play hi5 Games

فاريد hasn't played any games recently.

 

Applications

Browse Applications

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins

فاريد has no unwrapped gifts.
 

Friends

View all 72 friends

 
 

Find more friends using the email contact importer.

Fives

Give' em Five

Comments | View All Entries

Leave a comment for فاريد

Nov 24 9:04 AM
 
เท้าของบ่าวคนหนึ่งคนใดจะไม่ขยับเคลื่อนจนกระทั่ง (บ่าวคนนั้น) ต้องถูกสอบสวนในสี่ประการ : ชีวิตของเขาใช้ไปอย่างไร, วัยหนุ่มของเขาดำเนินไปอย่างไร, ทรัพย์สินของเขาขวนขวายมาจากไหนและใช้จ่ายไปอย่างไร, ความรู้ของเขานำไปปฏิบัติอย่างไร” (บันทึกโดยติรมีซียฺ
 
Nov 24 9:03 AM
 
คืออดทน !



โอ้ผู้ทรงบังเกิดข้อขา และทำให้มันรู้จักการหกล้ม

โปรดให้มันได้หกล้มเฉพาะแต่ใน ‘วันนี้’ เถิด



โอ้ผู้ทรงบังเกิดดวงตา และทำให้มันรู้จักการร้องไห้

โปรดให้มันได้ร้องไห้เฉพาะแต่ใน ‘วันนี้’ เถิด



โอ้ผู้ทรงบังเกิดกระดูก และทำให้มันรู้จักความเมื่อยล้า

โปรดให้มันได้เมื่อยล้าเฉพาะแต่ใน ‘วันนี้’ เถิด



โอ้ผู้ทรงบังเกิดกายเนื้อ และทำให้มันรู้จักความเจ็บปวด

โปรดให้มันได้เจ็บปวดเฉพาะแต่ใน ‘วันนี้’ เถิด



โอ้ผู้ทรงบังเกิดหัวใจ และทำให้มันรู้จักความอ่อนแอ

โปรดให้มันได้อ่อนแอเฉพาะแต่ใน ‘วันนี้’ เถิด



โอ้ผู้ทรงบังเกิดชีวิต และทำให้มันรู้จักความทุกข์ยาก

โปรดให้มันได้ทุกข์ยากเฉพาะแต่ใน ‘วันนี้’ เถิด





โอ้ผู้ทรงทดสอบ...แท้จริงปวงบ่าวของพระองค์นั้นจะผ่านบททดสอบของพระองค์ไปไม่ได้เลย

เว้นแต่ด้วยความช่วยเหลือของพระองค์

และแท้จริงปวงบ่าวของพระองค์ไม่อาจอดทนต่อทุกบททดสอบได้เลย นอกจากด้วยความอดทนที่มาจากพระองค์



ดังนั้น...โปรดทดสอบพวกเราเถิด ด้วยการทดสอบที่พระองค์ได้เตรียมไว้สำหรับปวงบ่าวผู้เป็นที่รัก

โปรดประทานความอดทนให้เราสำหรับบททดสอบเหล่านั้น เหมือนดังที่พระองค์ได้ทรงประทานให้ผู้คนก่อนหน้าเรามาแล้ว

และโปรดให้เราได้ผ่านทุกบททดสอบของพระองค์ไป ด้วยสภาพที่พระองค์ทรงพึงพอใจ ไม่ว่ามนุษย์คนอื่น ๆ จะคิดเห็นเช่นไรก็ตาม





โอ้ผู้ทรงเอ็นดู ผู้ทรงช่วยเหลือ ผู้ทรงสงสาร...

โปรดช่วยเหลือปวงบ่าวของพระองค์ ซึ่งพระองค์กำลังทดสอบพวกเขาอยู่ด้วยบททดสอบนานาชนิด

โปรดให้พวกเราผ่านทุกบททดสอบไปได้ด้วยการมอบหมายต่อพระองค์

โปรดอย่าให้พวกเราหวังอะไรจากโลกนี้เลย นอกจากการได้มีชีวิตอยู่เพื่อพระองค์

โปรดช่วยเหลือพวกเราในการช่วยเหลือศาสนาของพระองค์

แท้จริงพวกเรานั้นอ่อนแอ สิ้นไร้ และต้องพึ่งพิงความช่วยเหลือจากพระองค์เสมอ





โอ้ผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงตอบรับ ได้โปรดตอบรับดุอาอฺของปวงบ่าวผู้ถูกทดสอบทั้งหลายของพระองค์

และภายหลังจากบททดสอบทั้งหลายนั้นได้โปรดทำให้เราได้รู้จักความยินดีที่ไม่มีวันจบสิ้น

ได้โปรดทำให้เราใน ‘วันพรุ่งนี้’ ได้พบกับความภาคภูมิใจที่ได้อดทนใน ‘วันนี้’

ได้โปรดอย่าให้เราใน ‘วันพรุ่งนี้’ ได้พบกับความโศกเศร้าที่ไม่ได้อดทนต่ออะไรเลยใน ‘วันนี้’

แท้จริง‘วันพรุ่งนี้’นั้นเป็นวันที่ยืนยาวนานไม่รู้จบสิ้น ในขณะที่‘วันนี้’ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าวันอันแสนสั้นเพียงวันเดียว

...และพระองค์เท่านั้นที่รู้ บางที...เวลาที่ดวงอาทิตย์ตกอาจอยู่ใกล้ ๆ นี้แล้วก็ได้!
pee-nu-dee
 
Nov 24 9:02 AM
 
เมื่ออิสลามอยู่ที่...



เมื่ออิสลามอยู่ที่ท่อนขา...เส้นทางไปมัสยิดจะเป็นที่ดึงดูดแก่เรามากกว่าเส้นทางไปร้านเกมส์

เมื่ออิสลามอยู่ที่อ้อมแขน...การแบ่งปันจะเป็นที่มุ่งหวังของเรามากกว่าการกอบโกย

เมื่ออิสลามอยู่ที่ปลายนิ้ว...การนับคำซิกรุลลอฮฺจะเป็นที่คุ้นเคยแก่เรามากกว่าการกดเบอร์โทรศัพท์ของใครคนนั้น

เมื่ออิสลามอยู่ที่หน้าท้อง...อาหารของพี่น้องมุสลิมจะเป็นที่โอชารสแก่เรามากกว่าอาหารของผู้ที่ฆ่าพี่น้องมุสลิม

เมื่ออิสลามอยู่ที่สีข้าง...การเข้าเฝ้าอัลลอฮฺในยามค่ำคืนจะเป็นที่ปรารถนาของเรามากกว่าการหลับใหล

เมื่ออิสลามอยู่ที่กระดูกสันหลัง...ที่อยู่อาศัยในโลกหน้าจะเป็นที่หวังพักพิงของเรามากกว่าที่อยู่อาศัยในโลกนี้

เมื่ออิสลามอยู่ที่คอหอย...ความตายจะเป็นที่ระลึกถึงของเรามากกว่าการมีชีวิตอยู่

เมื่ออิสลามอยู่ที่ริมฝีปาก...คำพูดอันอ่อนโยนจะเป็นที่คุ้นชืนแก่เรามากกว่าคำด่าทอ

เมื่ออิสลามอยู่ที่ฟันกราม...ความอดกลั้นต่ออุปสรรคที่มาประสบจะเป็นที่เพิ่มพูนแก่เรามากกว่าความท้อแท้

เมื่ออิสลามอยู่ที่ใบหู...เสียงกุรอานจะเป็นที่รื่นรมย์แก่เรามากกว่าเสียงดนตรี

เมื่ออิสลามอยู่ที่ใบหน้า...กิบลัตจะเป็นที่ผินหน้าของเรามากกว่าจอโทรทัศน์

เมื่ออิสลามอยู่ที่ศรีษะ...ความนอบน้อมจะเป็นสิ่งที่เราแสดงออกมากกว่าความโอหัง

เมื่ออิสลามอยู่ในดวงตา...ความตายของพี่น้องมุสลิมในดินแดนที่ถูกกดขี่จะเป็นที่หลั่งน้ำตาของเรามากกว่าความตายของตัวละครในภาพยนตร์

เมื่ออิสลามอยู่ในสำนึก...ปัญหาของประชาชาติอิสลามจะเป็นที่ขบคิดของเรามากกว่าปัญหาของตัวเอง

เมื่ออิสลามอยู่ในหัวใจ...ความรักที่มีต่ออัลลอฮฺจะเป็นที่อิ่มเอิบแก่เรามากกว่าความรักใดใด

เมื่ออิสลามอยู่ในชีวิต...การใช้ชีวิตเพื่ออิสลามจะเป็นที่พอเพียงแก่เรามากกว่าทุกสิ่งที่บรรจุอยู่ในโลกดุนยา


--------------------------------------------------------------------------------


..."ให้อิสลามเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเรา แล้วเราก็จะมีทุกสิ่งทุกอย่าง"...
 
Nov 24 8:57 AM
 
pee-nu-dee. . . เ ดี๋ ย ว ก็ เ ช้ า แ ล้ ว . . .







ฤดูฝนกำลังจะจากไปแล้วอีกปี

ท้องฟ้าของช่วงปลายฝนต้นหนาววางท่าเคร่งขรึม ระบายความเหงาอย่างเท่ๆ

การเดินทางของใครหลายๆคนกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ในขณะที่การเดินทางของอีกหลายๆคนกำลังดำเนินอยู่



บางคนกำลังจะกลับบ้านช่วงปิดเทอม

บางคนกำลังจะกลับมามหาวิทยาลัยเพื่อเตรียมตัวเปิดเทอม

บางคนกำลังจะขานรับเสียงเรียกของนบีอิบรอฮีม โดยการไปเป็นแขก ณ บ้านของอัลลอฮฺ

บางคนกำลังจะไปเรียนยังแดนไกล

บางคนกำลังจะย้ายที่อยู่

บางคนกำลังจะแต่งงาน

บางคนกำลังจะเกิดมา

และบางคนกำลังจะตายจากไป



ชีวิต...

บางทีก็เป็นเรื่องร้ายกาจ

กับอีกบางที...ก็ช่างน่ารักน่าหยิก

แต่ให้ยังไง มันก็คือชีวิต คือสิ่งที่เราต้องใช้

จะด้วยอารมณ์ไหน ความรู้สึกใด ตราบที่ยังหายใจ ก็ต้องไปต่อ



ในเวลาที่ครุ่นคิดถึงทั้งความร้ายกาจ - ความน่ารัก - และอีกสารพัดความของชีวิต

อายะฮฺกุรอานที่พูดถึงความสั้นอย่างเหลือเชื่อของเวลาในโลกนี้ มักเป็นคล้ายแสงไฟที่ทำให้ห้วงคิดนั้นสว่างเจิดจ้า

มันเป็นบทสรุปของการให้ค่า ให้ความหมาย ให้น้ำหนักแก่สิ่งต่างๆ และแก่ชีวิต

“เพียงชั่วครู่เดียว”...เท่านั้นเอง สำหรับทุกสิ่งที่เรากำลังพบเผชิญอยู่ เมื่อเปรียบกับสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า



เดี๋ยวเดียวเอง....

กับทุกความสุข และทุกข์ที่เรากำลังเจอและจมอยู่

กับทุกความเปลี่ยนแปลงที่เรากังวลถึงสิ่งที่รออยู่หลังจากมัน

กับทุกการงานที่ง่วนอยู่ ทุกปัญหาที่หนักอกหนักใจ และทุกอะไรๆทั้งหมดของชีวิต

...มันก็แค่เดี๋ยวเดียว



การซาบซึ้งใน ‘ความเดี๋ยวเดียว’ ของโลกและของชีวิตนี้

มักทำให้เรามองทุกๆการเดินทางของทั้งชีวิตเราและชีวิตคนรอบข้างเป็นอะไรบางอย่างที่ต้องผ่านไปได้

แม้ในการเดินทางเหล่านั้นย่อมต้องมีทั้งสิ่งพึงใจและชวนส่ายหน้า มีทั้งการพบเจอและพรากจาก

แต่ไม่ว่าอย่างไร มันก็ต้องผ่านไป

และ...ใช่! - ในเวลาแค่ ‘เดี๋ยวเดียว’



สิ่งที่ทำให้ช่วงเวลาอันสั้นเป็นอย่างยิ่งนี้กลับมีความหมายเป็นอย่างยิ่ง

ก็คืองานแห่งอุดมการณ์อันหนักหน่วงยืดยาวที่รอคอยอยู่

มันคือเข็มทิศที่ทำให้รู้ว่าเราควรเผาผลาญเวลาอันน้อยนิดนี้ไปในหนทางใด

ชีวิตที่มีอุดมการณ์กับชีวิตที่ไม่มี จึงมีความหนักแน่นในก้าวเดินต่างกัน

แม้ว่าสุดท้ายแล้ว ทุกชีวิตต่างจะต้องเดินไปจนกระทั่งพบจุดที่ถูกกำหนดไว้ให้ยุติบทบาทบนโลกนี้ไม่ต่างกัน



ใครหลายคนอาจเคยผ่านช่วงชีวิตที่เมื่อตื่นขึ้นมาในยามเช้าแล้ว

ก็สงสัยว่าเมื่อไหร่การลืมตาตื่นขึ้นเช่นนี้จะยุติลงเสียที

มันไม่ใช่แค่เพราะความหนักหน่วงของสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่

แต่หลายครั้ง...มันก็เป็นเพราะความเบาโหวง ว่างเปล่า และจำเจซ้ำซากของชีวิต

ทว่าจริงๆแล้ว หากเปรียบการตื่นขึ้นชีวิตที่แท้จริงเป็นยามเช้า

ทุกวันนี้เราก็เพียงว่ายวนอยู่ในห้วงหนึ่งของความฝันในยามกลางคืน

บางทีก็ฝันดี บางทีก็ฝันร้าย บางทีก็ฝันซ้ำๆซากๆอยู่เช่นนั้น

หากไม่ว่าอย่างไร มันก็คือความฝัน

...ที่ต้องจบสิ้น และผ่านไป

แล้วยามเช้าก็จะต้องมาเยือน

...เป็นยามเช้าที่มีแต่เรื่องจริง ไม่มีอะไรเป็นความฝันอีกแล้ว



จึงในทุกๆสิ่งที่เราต่างกำลังเผชิญอยู่ในโลกความฝัน

ไม่ว่าจะเป็นความสุขล้นเอ่อ หรือทุกข์เว่อร์ๆจนทนแทบไม่ไหว

ไม่ว่าจะเป็นความโปร่งโล่งหลังผ่านพ้นกำหนดอะไรมาได้ หรือกำลังหนักใจเป็นกังวลกับกำหนดที่ยังมาไม่ถึง

ไม่ว่าจะเป็นอะไรที่สาหัสและให้ความรู้สึกเหมือนยาวนานสักแค่ไหน...

ขอให้อดทนเถิด....เดี๋ยวก็เช้าแล้ว!
 
Nov 24 8:55 AM
 
...คาราวาน 2 กองนั้น...

p-nu-dee




"และโดยแน่นอน เราได้ประทานโองการต่าง ๆอันชัดเจนแก่พวกเจ้าแล้ว

และอุทาหรณ์จากบรรดาผู้ได้ล่วงลับไปก่อนพวกเจ้า และข้อตักเตือนแก่บรรดาผู้ยำเกรง"

(อันนูร : 34)
















ผู้ยำเกรงเอ๋ย...



กองคาราวานของบรรดาผู้ปฏิเสธได้ล่วงหน้าเราไปแล้ว

กองคาราวานของบรรดาผู้ศรัทธาก็ได้ล่วงหน้าไปแล้ว



ผู้ที่หลงใหลในอำนาจ และใช้มันไปในการฝ่าฝืนอัลลอฮฺอย่าง "ฟิรเอานฺ" ได้ล่วงหน้าไปแล้ว

ผู้ที่มีอำนาจกว้างขวางทั่วคาบสมุทรอาหรับ แต่ใช้ชีวิตสมถะที่สุดด้วยความเกรงกลัวอัลลอฮฺอย่างท่าน "อุมัร อิบนุ ค็อฏฏอบ" ก็ได้ล่วงหน้าไปแล้ว



ผู้ที่ไม่เคยอิ่มในทรัพย์สมบัติอย่าง "กอรูน" ได้ล่วงหน้าไปแล้ว

ผู้ที่ไม่เคยอิ่มในการบริจาคอย่างท่าน "อุษมาน บิน อัฟฟาน" ก็ได้ล่วงหน้าไปแล้ว



ผู้ที่หลงใหลในรสหอมหวานของตำแหน่ง และใช้มันไปในการทำความชั่วอย่าง "ฮามาน" ได้ล่วงหน้าไปแล้ว

ผู้ที่ร้องไห้ด้วยความเกรงกลัวบาป เมื่อได้รับตำแหน่งผู้ปกครองอาณาจักรอิสลามอันกว้างใหญ่ อย่างท่าน "อุมัร บิน อับดุลอะซีซ" ก็ได้ล่วงหน้าไปแล้ว



ผู้โง่เขลาแห่งยุคสมัยญาฮิลียะฮฺอย่าง "อบูญะฮัล" ได้ล่วงหน้าไปแล้ว

ผู้เฉลียวฉลาดแห่งยุคสมัยอิสลามอย่างท่าน "อลี บิน อบีฏอลิบ" ก็ได้ล่วงหน้าไปแล้ว



ผู้ที่ไม่เคยพลาดโอกาสในการกลั่นแกล้งท่านนบีอย่าง "อบูละฮับ" ได้ล่วงหน้าไปแล้ว

ผู้ที่ไม่เคยพลาดโอกาสในการช่วยเหลือท่านนบีอย่างท่าน "อบูบักร" ก็ได้ล่วงหน้าไปแล้ว



ผู้นำแห่งการกลับกลอกอย่าง "อับดุลลอฮฺ บินอุบัยยฺ" ได้ล่วงหน้าไปแล้ว

ผู้นำแห่งความซื่อสัตย์อย่าง "อบูอุบัยดะฮฺ" ก็ได้ล่วงหน้าไปแล้ว



ผู้เป็นนายที่เย้ยหยันอิสลามอย่าง "อุมัยยะฮฺ" ได้ล่วงหน้าไปแล้ว

ผู้เป็นบ่าวที่ยืนหยัดเพื่ออิสลามอย่างท่าน "บิลาล" ก็ได้ล่วงหน้าไปแล้ว



ผู้เป็นภรรยาของศาสนฑูต แต่กลับปฏิเสธอัลลอฮฺอย่าง "ภรรยาของนบีนัวฮฺ" ได้ล่วงหน้าไปแล้ว

ผู้เป็นภรรยาของผู้ปฏิเสธ แต่กลับศรัทธาในอัลลอฮฺอย่าง "ท่านหญิงอาซียะฮฺ-ภรรยาของฟิรเอานฺ" ก็ได้ล่วงหน้าไปแล้ว



หมู่ชนผู้มีความดื้อดึงในหัวใจอย่าง "ชาวอ๊าด และชาวสมูด" ได้ล่วงหน้าไปแล้ว

หมู่ชนผู้มีความศรัทธาในหัวใจอย่าง "ชาวถ้ำ (อะฮฺลุลกะฮฺฟฺ)" ก็ได้ล่วงหน้าไปแล้ว



หมู่ชนผู้อธรรมอย่าง "ชาวกุเรช ในยุคญาฮิลียะฮฺ" ได้ล่วงหน้าไปแล้ว

หมู่ชนผู้ต่อสู้กับความอธรรมอย่าง "ชาวบะดัร" ก็ได้ล่วงหน้าไปแล้ว



กองคาราวานของบรรดาผู้ปฏิเสธได้ล่วงหน้าไปแล้ว...พวกเขาคือคนที่มีจุดมุ่งหมายอยู่แค่ดุนยา และทิ้งอาคิเราะฮฺไว้เบื้องหลัง

กองคาราวานของบรรดาผู้ศรัทธาก็ได้ล่วงหน้าไปแล้ว...พวกเขาคือคนที่มุ่งสู่อาคิเราะฮฺโดยทิ้งดุนยาไว้เบื้องหลัง



ระหว่างการมีผู้ร่วมทางเป็นฟิรเอาน์,กอรูน,ฮามาน,อบูญะฮัล,อบูละฮับ ฯลฯ

กับการมีผู้ร่วมทางเป็นบรรดาร่อซูล และสาวกของท่าน...เป็นท่านอบูบักร,ท่านอุมัร,ท่านอุษมาน,ท่านอลี...เป็นท่านหญิงคอดียะฮฺ,ท่านหญิงอาอีชะฮฺ,ท่านหญิงฟาติมะฮฺ ฯลฯ



...เราต้องการอยู่ร่วมกับกองคาราวานของใคร?...



ก้มมองปลายเท้าของเราเถอะ...ว่าตอนนี้มันกำลังย่ำเดินตามรอยทางของคาราวานกองไหน?



...คาราวานที่มีปลายทางอยู่ที่สวนสวรรค์ หรือคาราวานที่มีปลายทางอยู่ที่ขุมนรก?...
 
Nov 24 8:51 AM
 
คงยังไม่สาย หากคิดจะเปลี่ยน
Posted on กันยายน 7, 2009 by shabab00


โดย shabab kolbunsalim




بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْم

السلام عليكم ورحمة الله وبركا ته

เหนื่อยที่ต้องมานั่งทนฟังเพื่อนข้างๆกล่าวถึงคนนั้น คนนี้อยู่ เหนื่อยที่ต้องมานั่งทนเห็นคนในครอบครัวเร่งรีบเปิดดูละครฟังเพลงฮิตกันอยู่ เหนื่อย ที่ต้องทนเห็นเพื่อนร่วมห้องอ่านนิยายต่างๆ หรือคุยโทรศัพท์กับเพศตรงข้ามนับชั่วโมง สองชั่วโมงอยู่ และเหนื่อยล้านักที่ต้องมานั่งเห็นภาพพี่น้องเราบางคนที่ยังไม่คลุมฮีญาบ ยังไม่ละหมาดและยังไม่ถือศีลอดเลยกับรอมฎอนที่กำลังจะจากไปนี้

ความอ่อนแอของพี่น้องเราบางคน หรือความอ่อนใจของเราเองในวันนี้นั้น มันน่าเสียดายนักกับโอกาสที่มีอยู่และโอกาสที่กำลังจะจากไปนั้นหมดไปเพราะการไม่ตระหนักและเรียนรู้ถึงความสำคัญของเดือนนี้กัน น่าเสียดายกันใช่ไหม!!

คง มีไม่กี่คนนักหรอกที่เค้าเหล่านั้นต้องทนฝืนกับการกระทำบางอย่างที่ผิดหลัก การศาสนาอยู่ และคงมีไม่กี่คนหรอกนะที่จะปล่อยโอกาสเหล่านี้ไปโดยปราศจากการลุกขึ้นสู้และ ฝืนทนกับสิ่งที่เป็นอยู่ คงมีไม่กี่คนหรอกกระมั่ง!!! ว่าไหม

เห็น ใจนะสำหรับพี่น้องเราบางคน ที่ยังไม่มีโอกาสเปลี่ยน ที่ยังเป็นอยู่เฉกเช่นที่เคยเป็นกันอยู่ก่อนแล้ว จะด้วยกับอุปสรรคบางเรื่อง บางประการที่มีอยู่ หรือเหตุผลใดก็ตาม แต่ พึงรู้กันเถิดนะว่า ยังมีโอกาส ยังมีเวลา และยังไม่สายกันหรอก หากเราจะเปลี่ยน หากเราจะยืนหยัดและหากเราจะให้ความอ่อนแอ ความฝืนใจต่อการยับยั้งอารมณ์ใฝ่ต่ำเหล่านั้นหมดไป ยังไม่สายกันหรอกนะ

ลองหันมามองสักครั้งดูซิ!! อุปสรรค ที่ฉันมี กำแพงกั้นที่ถูกก่อด้วยฉันเองหรือแฟนฉันหรือเพราะใครก็ตามนั้น ฉันจะขจัดมันด้วยวิธีการใดดี ฉันจะพังลงไปด้วยวิธีไหนดีหล่ะ ลองคิดกันดูซิ…..ลองคิดดูนะครับ แล้วยกมือขอดุอาร์ แล้วเราจะมีทางออกครับ….คงจะมีทางออกกันไหม หากในวันนี้ ฉันก็จะเป็นคนๆเดิม ฉัน บวชนะ แต่ฉันก็อยากคุยกับเค้า ฉันบวชหล่ะ แต่ฉันก็จะฟังเพลง ฉันบวชแต่ฉันก็จะไม่ละหมาดหล่ะ และฉันนั้นก็บวชนะ ฉันก็ไม่อยากคลุมฮีญาบหรอก จะด้วยเหตุผลที่ฟังขึ้นไม่ขึ้น อย่างไรก็แล้วแต่นะ แต่เพราะเหตุผลเพียงไม่กี่คำ มันมีผลถึงการไม่ได้รับการอภัยโทษกันเลยหรือ มันคุ้มกันแล้วหรือครับ….. ลองคิดกันสักนิดนะครับ

หากไม่รู้ก็ยังมีเวลาที่จะศึกษา และหากยังไม่ทราบก็ถามกันได้นะ ……อินชาอัลลอฮ

ส่วนพี่น้องเรา หลายๆคนที่ปราศจากอุปสรรคจากสิ่งต่างๆเหล่านั้นกันหล่ะ วันนี้เรามาทบทวน มาตรวจสอบ ซึ่งสิ่งที่ฉันได้ทำ ได้ปฏิบัติในวันนี้กันไหมครับ วันนี้มีอะไรบ้างหนอที่ทำไปแล้ว มันทำให้การถือศีลอดของฉันนั้นไร้ผล วันนี้มีอะไรบ้างไหม ที่ ทำไปแล้ว ทำให้การถือศีลอดของฉันนั้นบกพร่อง และในวันนี้นั้น อิบาดะห์ที่ทำอยู่ มันมีไหม ซึ่งการกระทำที่มีริยาอฺแฝงกันอยู่ หรือเป็นการกระทำเพียงก้มๆเงยๆโดยขาดความคูชัวะและความยำเกรง… มีไหมเอ๋ย

เรา เองก็มีโอกาสแล้วมิใช่หรือ เราเองก็มีความหวังกันแล้วนะ จะเคยทำบาปเล็ก บาปใหญ่ บาปน้อยบาปมาก มันก็คงได้รับการอภัยโทษกันอยู่แล้วในเดือนนี้ เมื่อเป็นอย่างนี้กันแล้ว ยังไม่คิดที่จะคว้าและกอบโกยกันอีกหรือ มัวแต่ทำอะไรอยู่หรือเปล่า

ใช่!! วันนี้ ฉันอาจจะยุ่งๆกับงานและการสอบที่มหาลัยอยู่

ใช่!!ฉันอาจจะยุ่งๆกับงานที่มากมายที่ออฟฟิคอยู่

แต่ฉันก็ต้องแบ่งเวลาซิ จัดตารางชีวิตนี้เสียใหมซิ อย่าให้ข้ออ้างเหล่านี้มันทำให้ท่านนั้นเสียโอกาสกันเลยนะ มันไม่คุ้มกันหรอกนะ กับข้ออ้างข้างต้นนี้

รับ กันให้ได้ เตรียมใจกันให้พร้อม อย่าคิดว่ามันแรงกัน อย่าคิดว่ามันหนักนะที่เอ๋ยนำเสนอกันแบบนี้ แต่คำพูดที่ถูกเอ๋ยกันนี้นั้น มาจากคนที่รักท่านเอง คอยห่วงใยท่านเองมาตลอด และคอยตักเตือนทุกครั้งไปเพื่อให้ท่านนั้นได้พ้นจากไฟนรก มาอ่านดูซิ

เมื่อ ท่านนบีได้ก้าวขึ้นมิมบัรท่านได้กล่าวว่า “อามีน อามีน อามีน” มีผู้ถามว่า “โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮฺ แท้จริงเมื่อท่านได้ก้าวขึ้นมิมบัร ท่านได้กล่าวว่า อามีน อามีน อามีน” ท่านร่อซูลุลลอฮฺตอบว่า

(( إِنَّ جِبْرَائِيْلَ أَتَانِيْ فَقَالَ : مَنْ أَدْرَكَ شَهْرَ رَمَضَانَ فَلَمْ يُغْفَرْ لَهُ فَدَخَلَ النَّارَ فَأَبْعَدَهُ اللهُ . قُلْ : آمِيْنَ ، فَقُلْتُ : آمِيْنَ … ))

“แท้จริงญิบรออีล ได้มาหาฉัน (ขณะนั้น) แล้วกล่าวว่า ผู้ใดเข้าสู่เดือนรอมฎอนแล้วเขาไม่ได้รับการอภัยโทษ เขาเข้าสู่ไฟนรก ขอให้เขาห่างไกลจากความเมตตาของพระองค์ ท่านจงกล่าวว่า อามีน แล้วฉันก็กล่าวว่า อามีน”บันทึกโดยอัลคุซัยมะฮฺ อะหมัด และอัลบัยฮะกียฺ

ครุ่นคิดกันสักนิด พิจารณากันเถิดนะครับ

ขอความห่างไกลจากการไม่ได้รับการอภัยโทษภายในเดือนนี้กันเถิดนะ

والسلام عليكم ورحمة الله وبركاته
 
Nov 24 8:46 AM
 
โพสรูปหรอ!!ไม่เห็นเป็นไรเลย

-------------------------------------------

โดย ชะบาบ ก็อลบุนสลีม


بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْم
السلام عليكم ورحمة الله وبركا ته

พี่น้องครับ จะโพสไม่โพส ยังไงก็ระมัดระวัง เรื่องของการลดสายตาด้วยเนอะ แล้วพิจารณากันด้วยหล่ะครับ ทั้งในไฮไฟล์ก็ดี msnก็ดี แล้วก็ทั้งการแต่งกายของเราในวันนี้ก็ดี ตรวจสอบกันซิ ว่าเรามีส่วนที่ทำให้พี่น้องเราทำผิดกันหรือเปล่า ลองมาอ่านดูนะครับ

หลักฐานเกี่ยวกับการลดสายตา

อัลลอฮ(ซ.บ)ทรงตรัสไว้ในซูเราะห์อันนูร อายะฮที่ 30 ซึ่งมีใจความว่า

“จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)แก่บรรดามุอฺมินให้พวกเขาลดสายตาของพวกเขาลงต่ำ และให้พวกเขารักษาทวารของพวกเขา นั่นเป็นการบริสุทธิ์ยิ่งแก่พวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเขากระทำ"

อัลลอฮ(ซ.บ)ทรงตรัสไว้ในซูเราะห์ อันนูร อายะฮที่ 31 ซึ่งมีใจความว่า
"และจงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) แก่บรรดามุอฺมินะฮ์ ให้พวกเธอลดสายตาของพวกเธอลงต่ำ และให้พวกเธอรักษาทวารของพวกเธอ และอย่าเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอเว้นแต่สิ่งที่พึงเปิดเผยได้ และให้เธอปิดด้วยผ้าคลุมศีรษะของเธอลงมาถึงหน้าอกของเธอ และอย่าให้เธอเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอเว้นแต่แก่สามีของพวกเธอ หรือบิดาของพวกเธอ หรือบิดาของสามีของพวกเธอ หรือลูกชายของพวกเธอ หรือลูกชายของสามีของพวกเธอ หรือพี่ชายน้องชายของพวกเธอ หรือลูกชายของพี่ชายน้องชายของพวกเธอ หรือลูกชายของพี่สาวน้องสาวของพวกเธอ หรือพวกผู้หญิงของพวกเธอ หรือที่มือขวาของพวกเธอครอบครอง (ทาสและทาสี) หรือคนใช้ผู้ชายที่ไม่มีความรู้สึกทางเพศ หรือเด็กที่ยังไม่รู้เรื่องเพศสงวนของผู้หญิง และอย่าให้เธอกระทืบเท้าของพวกเธอเพื่อให้ผู้อื่นรู้สิ่งที่พวกเธอควรปกปิดในเครื่องประดับของพวกเธอ และพวกเจ้าทั้งหลายจงขอลุแก่โทษต่ออัลลอฮ์เถิด โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับชัยชนะ

ในตัฟสีรอัดดุรรุลมันษูร (ของอิมามสุยุฏีย์ เราะหิมะฮุลลอฮฺ) 7/283 :


- อิบนุ อับบาส กล่าวว่า : ให้ลดสายตาจากสิ่งที่อารมณ์ใฝ่ต่ำของพวกเขาถวิลหา อันเป็นสิ่งที่อัลลอฮฺไม่ชอบ


- เกาะตาดะฮฺ กล่าวว่า : หมายถึง ให้ลดสายตาจากสิ่งที่ไม่เป็นที่อนุมัติสำหรับพวกเขา
อิบนุตัยมิยะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า :

อัลลอฮฺตะอาลา ทรงใช้ให้ลดสายตาลง ซึ่งการลดสานตานั้นมี 2 ประเภท คือ

1.ลดสายตาจากเอาเราะฮฺ และสิ่งที่ก่อให้เกิดอารมณ์

2.ลดสายตาลงจากเสน่ห์และความงามภายในตัวสตรีที่สามารถแต่งงานกันได้(อัลฟะตาวา หน้า 444)
เชค มุศเฏาะฟา อัลอะดะวีย์ กล่าวว่า : คือ ให้พวกเขาลดสายตาลงต่ำในบางครั้ง ไม่ใช่ตลอดเวลา เพียงแต่ให้ลดสายตาลง หรือผินหน้าออกจากสิ่งหะรอม เพราะในความเป็นจริงนั้น เป็นไปได้ยากที่จะลดสายตาลงต่ำตลอดเวลา แต่เราสามารถมองไปยังที่ใดก็ได้ที่เราต้องการตราบใดที่สิ่งนั้นเป็นที่อนุมัติ


-------------------


والله أعلم بالصواب والسلام

อัลลอฮ(ซ.บ)ทรงตรัสไว้ในซูเราะห์อัลอะซาบ อายะฮที่ 33 ซึ่งมีใจความว่า
“และจงอยู่ในบ้านเรือนของพวกเจ้า และอย่าได้โอ้อวดความงาม(ของพวกเธอ)เช่น การอวดความงาม(ของพวกสตรี)แห่งสมัยงมงายในยุคก่อน และจงดำรงละหมาดและจ่ายซะกาตและจงรักภักดีต่ออัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์อัลลอฮฺเพียงต้องการขจัดสิ่งโสโครกออกไปจากพวกเจ้าโอ้สมาชิกของวงค์ตระกูล(นะบี)เอ๋ยและทรงประสงค์ที่จะขัดเกลาพวกเจ้าให้สะอาดบริสุทธิ์”

และที่ท่านรสูลุลลอฮฺ ได้กล่าวกับท่านอลีว่า “โอ้อาลี! เจ้าจงอย่าติดตามการมองดูด้วยการมองดู เพราะความจริงที่ยินยอมให้ท่านนั้น คือการมองครั้งแรก และที่ไม่ยินยอมให้ท่านคือการมองครั้งหลัง”

(บันทึกโดย อบูดาวูดและติรมีซีย์)


อีกหะดีษบทหนึ่งท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวว่า " การทำซินา (การละเมิดประเวณี) ทางสายตา คือการมอง(สิ่งหะรอม) " (บันทึกโดยติรมิซีย์)หรือที่ ท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวว่า "ดวงตาทั้งสองทำซินา กล่าวคือ การทำซินาของดวงตา คือการมอง" (บันทึกโดยบุคอรีย์)

จากอัลกุรอานและหะดีษข้างต้น นั่นก็เป็นการบ่งชี้ว่า ศาสนาไม่อนุญาตมองเพศตรงข้ามซ้ำแล้วซ้ำเล่า และให้เขาผู้ศรัทธาทั้งหลายนั้น ลดสายตาตัวเองต่ำ
 
Nov 24 8:46 AM
 
อย่าว่าถึงการโพสรูปไปยังสาธารณะชนเพื่อให้ใครก็ไม่รู้ เขาเห็น เขาวิจารย์ เขามอง เขาสัมผัสด้วยทางหนึ่งทางใดเลยนะครับ **แม้กระทั่งการมองหน้าเพศหญิงศาสนายังอนุญาตให้มองเพียงครั้งแรกเท่านั้น หากมองซ้ำอีกเป็นครั้งที่สองก็ถือว่ามีความผิด(นักวิชาการลงความเห็นว่า หากมองครั้งแรกแต่มองนาน เช่นนี้ก็ถือว่ามีความผิดเช่นกัน) **โดย อ.มูรีด ทิมะเสน
---------------------------------------------

โอ้ผู้ที่ตระหนักและทบทวนสิ่งที่ตัวเองปฏิบัติอยู่เสมอครับ

สำคัญยิ่งของพี่น้องหนุ่มสาวเราในปัจจุบัน ที่มักจะอ้างว่า ฉันไม่คิดอะไรหรอก ก็โพสไปงั้นๆหล่ะ โพสไปเฉยๆ อีกทั้งก็ไม่มีหลักฐานห้ามหนิ ว่า ผู้ใดโพสรูป ผู้นั้นเป็นบาป ก็แน่หล่ะ มันไม่มีเจาะจงหรอกนะครับ แต่อย่างที่นำเสนอไปข้างต้นหล่ะนะ ว่าหลักฐานอ้อมที่กล่าวไว้ซึ่งการระมัดระวังสายตา หรือสิ่งที่ตัวเองปฏิบัติ สิ่งที่ตัวเองกระทำเพื่อมิให้เกิดซึ่งฟิตนะฮภายในสังคมและเกิดซึ่งผลบาปที่ตัวเองกระทำนั้น มันชัดเจนอยู่แล้ว

ดั่งเรื่องที่ปรากฏในสังคมวัยรุ่นหนุ่มสาวนั้น ก็คงต้องเป็นหะดิษข้างต้นนี้หล่ ะครับ

ที่ท่านรอซูล(ซ.ล)กล่าวว่า "และผู้ใดเชิญชวนสู่การหลงทาง เขาจะได้รับบาปเช่นเดียวกับบาปของคนที่ทำตามเขา โดยไม่น้อยกว่าบาปของคนๆนั้นแต่อย่างใด"(บันทึกโดยมุสลิม ว่าด้วยสายสืบที่ศอเหี้ยะ)
ดังนั้น
พี่น้องมุสลีมีนและมุสลีมะห์ที่ศรัทธาแล้วทั้งหลายครับ
กี่คนที่มองท่าน กี่คนที่เสน่หาท่าน กี่คนที่วิจารย์ท่าน
และกี่คนครับที่ทำผิดซึ่งการซีนาทางสายตา
อันเนื่องจากการที่ท่าน โพสรูปของท่าน โพสเอาเราะห์ของท่านไปยังสาธารณะชนครับ

อย่าคิดว่ามันสนุก อย่าคิดว่ามันไม่มีอะไร และอย่าคิดว่ามันไม่ผิดหรอก โพสเฉยๆๆเอง แต่จงคิดเถิดว่า อามาลของท่าน เพียงพอที่ถูกเมินจากการสอบสวนของพระองค์อัลลอฮหรือไม่ครับ

พี่น้องครับ
แท้จริงมุอฺมินนั้น มองเห็นความผิดของเขาประหนึ่งขุนเขาทะมึน ซึ่งเกรงว่ามันจะพังลงมาทับเขา ส่วนคนชั่วนั้นมองความผิดของเขาประหนึ่งแมลงวันตัวน้อยเพียงแค่สะบัดมือก็บินหายไป (บันทึกโดย บุคอรี)

เราจะอยู่ในหมู่ผู้ที่กระทำความดีกันไม่ใช่หรอครับ......เราจะต้องถูกสอบสวนกันนะครับ

จงใคร่ครวญและพิจารณากันเถิดนะ

والسلام عليكم ورحمة الله وبركاته
 
Nov 24 8:41 AM
 
.
.
.
.

..
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
.
.

..

.
.

.



.
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
..
.

.
.
.
.
.
.

.
.



.
.
.
.

..
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
.
.

..

.
.

.



.
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
..
.

.
.
.
.
.
.

.
.
 
Nov 24 8:40 AM
 
.
.
.
.

..
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
.
.

..

.
.

.



.
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
..
.

.
.
.
.
.
.

.
.
 
Nov 24 8:39 AM
 
.
.
.
.

..
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
.
.

..

.
.

.



.
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
..
.

.
.
.
.
.
.

.
.
 
Nov 24 8:39 AM
 
.
.
.
.

..
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
.
.

..

.
.

.



.
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
..
.

.
.
.
.
.
.

.
.
 
Nov 24 8:39 AM
 
.
.
.
.

..
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
.
.

..

.
.

.



.
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
..
.

.
.
.
.
.
.

.
.
 
Nov 24 8:39 AM
 
.
.
.
.

..
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
.
.

..

.
.

.



.
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
..
.

.
.
.
.
.
.

.
.
 
Nov 24 8:39 AM
 
.
.
.
.

..
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
.
.

..

.
.

.



.
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
..
.

.
.
.
.
.
.

.
.
 
Nov 24 8:38 AM
 
.
.
.
.
.

..
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
.
.

..

.
.

.



.
.
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
..
.

.
.
.
.
.
.

.
.
 
Nov 22 4:07 AM
 
:-)islam is everything.
 
Nov 13 5:37 AM
 
ดา มิค่อยเจอกันเลย
ได้หนังสือlab chem ยัง
 
Nov 9 6:28 AM
 
อิอิ
ก็นะ
คนมันน่ารัก >/// <
 
Nov 9 2:25 AM
 
อิอิ


หวาน นอ กข ม ไนอ่าดิ

Title
body